หารเก่งคู่มือ

หารค่าส่งและค่าธรรมเนียมแอปสั่งอาหารให้แฟร์

ค่าอาหารของแต่ละคนหารง่าย แต่ค่าส่ง ค่าธรรมเนียม และคูปองท้ายบิลนี่แหละที่ชอบทำให้เถียงกัน มาดู 3 วิธีแบ่ง แล้วเลือกวิธีที่เข้ากับออเดอร์ของกลุ่มคุณ

สั่งอาหารเข้าออฟฟิศหรือหอพักพร้อมกันหลายคนช่วยประหยัดค่าส่งได้ แต่พอถึงเวลาเก็บเงิน ค่าอาหารของแต่ละคนน่ะไม่ยาก ที่ยากคือบรรทัดท้าย ๆ อย่างค่าส่ง ค่าธรรมเนียม และคูปองที่ไม่รู้จะให้ใครรับไป

บทความนี้จะพาดูว่าค่าพวกนี้แบ่งได้กี่แบบ แต่ละแบบเหมาะกับสถานการณ์ไหน พร้อมตัวอย่างตัวเลขจากออเดอร์เดียวกัน

บิลเดลิเวอรีมีอะไรนอกจากค่าอาหาร

แอปสั่งอาหารอย่าง Grab, LINE MAN หรือแอปอื่น ๆ ใช้ชื่อเรียกและวิธีคิดค่าธรรมเนียมไม่เหมือนกัน และยังเปลี่ยนไปตามร้าน ระยะทาง ช่วงเวลา หรือโปรโมชันของวันนั้น สิ่งที่มักเจอในหน้าสรุปออเดอร์ได้แก่

ในหารเก่ง ใส่รายการพวกนี้ไว้ที่ "ค่าอื่น ๆ และเครดิต" ตามยอดสุดท้ายที่แอปเรียกเก็บจริง ค่าธรรมเนียมเป็นยอดบวก เครดิตกับคูปองเป็นยอดลบ และแต่ละบรรทัดเลือกวิธีแบ่งของตัวเองได้

3 วิธีแบ่งค่าธรรมเนียม

หารรายชิ้น (ค่าเริ่มต้น)

เอายอดค่าธรรมเนียมหารด้วยจำนวนชิ้นทั้งบิล แล้วใครสั่งกี่ชิ้นก็จ่ายเท่านั้นส่วน เหมาะเมื่อบางคนสั่งหลายอย่าง เพราะคนที่สั่งหลายชิ้นก็ใช้กล่อง ใช้พื้นที่ในถุง และทำให้ออเดอร์ใหญ่ขึ้นมากกว่า ส่วนจานที่แชร์กันจะนับเป็นเศษชิ้นตามส่วนที่แต่ละคนกิน

ตามยอดเงิน

ใครสั่งแพงจ่ายมาก ใครสั่งถูกจ่ายน้อย เหมาะกับค่าธรรมเนียมที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าอาหาร และกับส่วนลดแบบเปอร์เซ็นต์ เพราะแบ่งตามต้นเหตุของมันตรง ๆ

เท่ากันทุกคน

ทุกคนที่มีรายการในบิลจ่ายเท่ากัน ง่ายที่สุด เหมาะเมื่อทุกคนสั่งพอ ๆ กัน หรือกลุ่มที่ไม่อยากคิดมาก

ตัวอย่าง: 3 คน 6 ชิ้น ค่าส่งรวมค่าธรรมเนียม 66 บาท

ต่อ แพร และกิ๊ฟ สั่งมื้อกลางวันเข้าออฟฟิศด้วยกัน สมมติว่าค่าส่งรวมค่าธรรมเนียมของทั้งออเดอร์คือ 66 บาท

คนสั่งอะไรจำนวนค่าอาหาร
ต่อสลัดแซลมอน1 ชิ้น250.00 บาท
แพรข้าวมันไก่ ชาเย็น ขนมปังสังขยา3 ชิ้น150.00 บาท
กิ๊ฟผัดไทย ชาไทย2 ชิ้น140.00 บาท
รวม6 ชิ้น540.00 บาท

ถ้าแบ่ง 66 บาทด้วยสามวิธี ยอดที่แต่ละคนต้องจ่าย (ค่าอาหาร + ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมในวงเล็บ) จะเป็นแบบนี้

คนหารรายชิ้นตามยอดเงินเท่ากันทุกคน
ต่อ261.00 (+11.00)280.56 (+30.56)272.00 (+22.00)
แพร183.00 (+33.00)168.33 (+18.33)172.00 (+22.00)
กิ๊ฟ162.00 (+22.00)157.11 (+17.11)162.00 (+22.00)
รวม606.00606.00606.00

ออเดอร์เดียวกันแท้ ๆ แต่ยอดของต่อต่างกันได้ถึง 19.56 บาทแล้วแต่วิธีที่เลือก ไม่มีวิธีไหนผิด แค่ต้องตกลงกันให้ชัดก่อนเก็บเงิน จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันในกลุ่มแชต

ใส่เป็นยอดรวม หรือใส่เป็นต่อชิ้น

ปกติให้ใส่ค่าธรรมเนียมเป็นยอดรวมตามที่เห็นในบิล แต่ถ้ารู้ว่าค่าบางอย่างคิดเป็นรายชิ้น เช่น ร้านคิดค่ากล่องชิ้นละ 5 บาท ให้เลือกใส่ยอดเป็น "ต่อชิ้น" ระบบจะคูณจำนวนชิ้นทั้งบิลให้เอง ได้ 5 × 6 = 30 บาท และถ้าแบ่งแบบหารรายชิ้น ต่อจ่าย 5 บาท แพร 15 บาท กิ๊ฟ 10 บาท ตรงกับจำนวนกล่องที่แต่ละคนได้พอดี

คูปองและเครดิตก็แบ่งได้แบบเดียวกัน

คูปองส่วนลดหรือเครดิตสมาชิกให้ใส่เป็นรายการเครดิต (ยอดติดลบ) แล้วเลือกวิธีแบ่งเหมือนค่าธรรมเนียม สมมติมีคูปองลด 30 บาทและเลือกแบ่งตามยอดเงิน ต่อจะได้ลด 13.89 บาท แพร 8.33 บาท และกิ๊ฟ 7.78 บาท รวมกันได้ 30 บาทพอดี

เริ่มหารออเดอร์ถัดไป

อัปโหลดรูปใบเสร็จหรือภาพหน้าจอสรุปออเดอร์ ระบบจะพยายามอ่านรายการให้ (ตรวจอีกรอบก่อนเพิ่มเสมอ) หรือจะพิมพ์เองก็ได้ จิ้มว่าใครสั่งอะไร ใส่ค่าส่งและเครดิตพร้อมเลือกวิธีแบ่ง แล้วส่งลิงก์ให้เพื่อนสแกน QR พร้อมเพย์ที่ใส่ยอดของตัวเองไว้แล้ว

หารค่าเดลิเวอรีเลย →

ถ้ากินที่ร้านและมี Service charge กับ VAT ด้วย ดู หารค่าอาหารเมื่อแต่ละคนกินไม่เท่ากัน ส่วนเรื่อง QR ที่ส่งให้เพื่อน อ่านต่อที่ QR พร้อมเพย์แบบใส่ยอดเงิน

คำถามที่พบบ่อย

ค่าส่งควรหารเท่ากันหรือหารตามที่สั่ง

ไม่มีคำตอบเดียว ถ้าทุกคนสั่งจำนวนใกล้กัน หารเท่ากันก็ง่ายดี แต่ถ้ามีคนสั่งหลายอย่าง หารรายชิ้นจะแฟร์กว่า ส่วนค่าธรรมเนียมที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าอาหาร หารตามยอดเงินจะตรงที่สุด

คูปองส่วนลดกับเครดิตสมาชิกแบ่งยังไง

ใส่เป็นรายการเครดิต (ยอดติดลบ) แล้วเลือกวิธีแบ่งได้เหมือนค่าธรรมเนียม เช่น เกลี่ยตามยอดเงินที่แต่ละคนสั่ง

ถ้ารู้ว่าค่าธรรมเนียมตกชิ้นละเท่าไรใส่ยังไง

เลือกใส่ยอดเป็นต่อชิ้น แล้วใส่ราคาต่อชิ้น ระบบจะคูณกับจำนวนชิ้นทั้งบิลให้เอง

แต่ละแอปเรียกชื่อค่าธรรมเนียมไม่เหมือนกัน ควรใส่ยังไง

ใส่ตามยอดสุดท้ายที่แอปเรียกเก็บจริงในหน้าสรุปออเดอร์ จะแยกเป็นหลายรายการตามชื่อที่แอปใช้หรือรวมเป็นรายการเดียวก็ได้ ขอให้ยอดรวมตรงกับที่จ่ายจริง

อ่านต่อ